วันอังคาร, 1 เมษายน 2568

กกต.แม่ฮ่องสอน ประกาศเตรียมพร้อมสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี วันที่ 31 มี.ค. – 4 เม.ย. 68

Social Share

กกต.แม่ฮ่องสอน ประกาศเตรียมพร้อมสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม-วันที่ 4 เมษายน 2568

26 มี.ค. 68 นายณัฐเศรษฐ์ ราชไชยา ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน แจ้งว่า ด้วยสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี ที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 27 มีนาคม 2568 คณะกรรมการการเลือกตั้งได้เห็นชอบจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี โดยกำหนดวันเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 และประกาศวันรับสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2568 – วันที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 08.30 – 16.00 น. ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลกำหนด

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี โดยมีรายละเอียดดังนี้

1 . คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
1.1 มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
1.2 ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง
1.3 มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเทศบาลที่สมัครรับเลือกตั้งในวันสมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
1.4 วุฒิการศึกษา
ผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาล ไม่ได้กำหนดวุฒิการศึกษา
ผู้สมัครนายกเทศมนตรี สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกรัฐสภา

2.ลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
2.1 ติดยาเสพติดให้โทษ
2.2 เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
2.3 เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ
2.4 เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 39 (1) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช (2) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ หรือ (4) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
2.5 อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
2.6 ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังโดยหมายของศาล
2.7 เคยได้รับโทษจำคุกได้พ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
2.8 เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำากรทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ
2.9 เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เพราะกระทำความผิดตามกฏหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
2.10 เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฏหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฏหมายอาญาความผิดตามกฏหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฏหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฏหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก กฏหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฏหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน
2.11 เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง
2.12 เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
2.13 เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร สมาชิกวุฒิสภาพ สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
2.14 เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
2.15 เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
2.16 อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
2.17 เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลฏีกาหรือศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่าเป็นผู้มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฏหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
2.18 ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ไม่ว่าจะได้รับโทษหรือไม่ โดยได้พ้นโทษหรือต้องคำพิพากษามายังไม่ถึง 5 ปี นับถึงวันเลืกตั้ง แล้วแต่กรณี
2.19 เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฏหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี มายังไม่ถึง 5 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง
2.20 อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 หรือกฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร
2.21 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรหรือรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกัน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
2.22 เคยพ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะเหตุมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับ หรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น หรือมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำกับ หรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการต่างตอบแทน หรือเอื้อประโยชน์ส่วนตนระหว่างกัน และยังไม่พ้น 5 ปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง
2.23 เคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพราะจงใจไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบของทางราชการ หรือมติคณะรัฐมนตรี อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรงและยังไม่พ้น 5 ปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง
2.24 เคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพราะทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจ หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยหน้าที่และอำนาจ หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแก่ราชการ และยังไม่พ้น 5 ปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง
2.25 ลักษณะอื่นตามที่กฏหมายว่าด้วยการจัดตั้งเทศบาลกำหนด

3.การสมัครรับเลือกตั้ง
ให้ผู้สมัครยื่นใบสมัครต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาล พร้อมทั้งหลักฐานการสมัครและค่าธรรมเนียมการสมัคร ดังนี้
3.1 หลักฐานและเอกสารประกอบการยื่นใบสมัครรับเลือกตั้
(1)ใบสมัครรับเลือกตั้ง ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 4/1 (เอกสารแนบ)
(2)บัตรประจำตัวประชาชน แต่ถ้าผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นบุคคลซึ่งไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนตามกฏหมาย ให้ใช้บัตรประจำตัวหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการที่มีรูปถ่ายและมีหมายเลขประจำตัวประชาชนสามารถแสดงตนได้ พร้อมสำเนา จำนวน 1 ฉบับ
(3)สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (เล่มจริง) พร้อมสำเนา จำนวน 1 ฉบับ
(4)ใบรับรองแพทย์
(5)รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก หรือรูปภาพที่พิมพ์ชัดเจนเหมือนรูปถ่ายของตนเอง ขนาดกว้างประมาณ 8.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 13.5 เซนติเมตร ตามจำนวนที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งเทศบาลกำหนด

6. หลักฐานอื่นที่ผู้สมัครนำมาแสดงว่าตนเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่มิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เช่น
เอกสารการเปลี่ยนชื่อตัว – ชื่อสกุล
เอกสารการลาออกจากราชการ ในกรณีที่เป็นข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
หลักฐานการศึกษา สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าหรือหลักฐานรับรองว่าเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกรัฐสภา (สำหรับผู้สมัครนายกเทศมนตรี)

7. หลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปี นับถึงปี ที่สมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัคร ( ปี 2565,2566,2567 ) เว้นแต่เป็นผู้ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ ให้ทำหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษีพร้อมทั้งสาเหตุแห่งการไม่ได้เสียภาษี ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 4/2

3.2 ค่าธรรมเนียมการสมัคร
สมาชิกสภาเทศบาลนคร 5,000 บาท
สมาชิกสภาเทศบาลเมือง 3,000 บาท
สมาชิกสภาเทศบาลตำบล 2,000 บาท
นายกเทศมนตรีนคร 10,000 บาท
นายกเทศมนตรีเมือง 8,000 บาท
นายกเทศมนตรีตำบล 5,000 บาท

3.3 ผู้สมัครต้องกรอกข้อมูลและลงนามในหนังสือยินยอมในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ( ประวัติอาชญากรรม ) ( สำหรับหน่วยงานของรัฐ ) ถึงผู้บังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร เพื่อการตรวจสอบลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง(เอกสารแนบ)

อนึ่ง ผู้ใดลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี ตามมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็ปไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสอบถามได้ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และบริการสายด่วน 1444

Cr. ฉลอง หมั่นสกุล จ.แม่ฮ่องสอน